ชาวบ้านร้องช่วยจัดการนกพิราบลงกินข้าวในนาและเกรงแพร่เชื้อโรค


                  ฝูงนกพิราบนับพันตัวกำลังลงกินข้าวในท้องนาที่ชาวนาเก็บเกี่ยวออกไป
ก่อนหน้าและยืนต้นรอการเก็บเกี่ยวโดยพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดกับชุมชนสนามกีฬา
กลางจังหวัดเชียงรายที่มีถนนเชียงราย-ป่ายางมนกั้นกลาง ฝูงนกจำนวนมากส่วนใหญ่
เป็นนกต่างถิ่นที่อพยพเข้ามาในจังหวัดเชียงรายซึ่งเชื่อว่าน่าจะถูกเจ้าหน้าที่หรือชาว
บ้านที่นกเหล่านี้อาศัยอยู่ก่อนหน่าทำการขับไล่ออกนอกพื้นที่
                  นายอนุวัฒน์ สีโยจารีย์ อสยุ 30 ปี ชาวบ้านโนนสะอาด อ.กันทรวิชัย จ
.มหาสารคาม ช่างไม้ประจำร้านเกื้อกูลเฟอร์นิเจอร์ ที่อยู่อาคารพานิชย์ตรงข้ามผืนนาที่
นกฝูงนกพิราบมาอาศัยอยู่กล่าวว่า ผมมทำงานที่ร้านเฟอร์นิเจอร์มาหลายเดือนแล้ว
พบว่านกพิราบจำนวนมากสร้างความเดือดร้อนให้ชาวนาที่ปลูกข้าวอย่างมากเนื่อง
จากบินลงไปจิกกินข้าวที่ชาวนากำลังจะเกี่ยวข้าวขายโดยชาวบ้านที่ทำนาจะหาทางขับ
ไล่ด้วยการนำประทัดมาจุดไล่แต่ก็ไม่เป็นผล สิ่งสำคัญคนอยู่อาศัยบริเวณชุมชนสนาม
กีฬาเกรงว่านกพิราบจะนำเชื้อโรคมาแพร่สู่คน ขณะที่บ้านเรือน รถลาก็ถูกนกพิราบขี้
ใส่จนเกิดความสกปรก จึงอยากให้ปศุสัตว์จังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบและ
หาทางจัดการนกเหล่านี้
                ด้านแม่แสงเดือน อยู่อิน อายุ 63 ปี ชาวบ้านชุมชนสนามกีฬากลางจังหวัด
เชียงราย กล่าวว่า ตนติดตามข่าวและทราบว่านำพิราบเป็นพาหะนำโรคหลายโรค ยอม
รับว่ากลัวมากๆ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่หาทางกำจัดหรือขับไล่นกออกจากชุมชนแห่งนี้
เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน
                 รายงานข่าวแจ้งว่า นกพิราบเป็นพาหะนำโรค ที่สามารถติดเชื้อในคนได้โดย
การสัมผัสมูลนกพิราบ หรือจากการหายใจและสูดดมเชื้อ เมื่อเกิดการสัมผัสเชื้อราคริ
ปโตคอคคัสจะเกิดการฟุ้งกระจาย และหากสูดดมเข้าไปในร่างกายจะทำให้ติดเชื้อที่ปอด
ทั้งยังสามารถลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น สมองจนทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, โรค
ปอดอักเสบ, ไข้หวัดนก  ดังนั้นผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ ควรจะหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อ
ดังกล่าว และรู้จักป้องกันตัวเอง เช่น สวมผ้าปิดปากและจมูก เวลาทำความสะอาด
อาคารเก่า หรือบริเวณทีพบนกอาศัยอยู่ เพราะอาจเป็นแหล่งที่มีเชื้อโรคจากมูลนกปน
เปื้อน และล้างมือทุกครั้งหลังทำความสะอาด...........

จักรภัทร แสนภูธร รายงาน รมณ ภัทรทองศักดิ์ ถ่ายภาพ

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.