สางมะเร็งพัทยา! นายกแป๊ะระดมสมององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรอบเมืองพัทยาร่วมบูรณาการจัดการน้ำ หวังแห้ปัญหาอย่างยั่งยืน หลังเมืองพัทยาประสบปัญหาน้ำท่วมรอระบายซ้ำซาก

ภาพข่าวสมชาย​ โคตล่ามแขก

ตามที่เมืองพัทยาประสบปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายมาเป็นเวลานาน ซึ่งผ่านมาก็ได้ดำเนินการหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด แต่ยังพบว่ายังมีอีกหลากหลายปัจจัยที่ส่งผลยังคงเกิดปัญหาน้ำท่วมขังในเมืองพัทยาอยู่ทุกครั้งเมื่อมีปริมาณน้ำฝนเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวและนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่ภาครัฐให้ความสำคัญอยู่นั้น

ล่าสุด วันนี้ (11 ต.ค.61) นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้เป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมืองพัทยา โดยระดมสมองตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรอบเมืองพัทยา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

จากรายงานของคณะทำงานเมืองพัทยา เปิดเผยว่าสาเหตุที่เกิดน้ำท่วมในเมืองพัทยา สาเหตุหลักเป็นเรื่องของสภาพภูมิประเทศที่เป็นที่ราบลุ่ม มีทางระบายน้ำธรรมชาติที่สำคัญ คือ คลองนาเกลือ คลองเสือแผ้ว คลองหนองใหญ่ คลองพัทยาใต้ และคลองกระทิงราย ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยรแปลงไปจนตื้นเขินและแคบลงเนื่องด้วยถูกรุกล้ำ

ทำให้พื้นที่ว่างเปล่าบริเวณที่ลุ่มซึ่งเคยเป็นที่ริงรับน้ำลดน้อยลง ประกอบกับมีท่อระบายน้ำที่มีอยู่เดิมมีขนาดเล็ก และทีทางระบายน้ำลงทะเลน้อยลง รวมถึงมีการพัฒนาที่ดินไปเป็นอาคารที่พักอาศัยเป็นจำนวนมาก และด้วยยังมีมวลน้ำจากพื้นที่สูงอื่นๆ บริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้เกิดปัญหาการระบายน้ำในปัจจุบันในเมืองพัทยารวม 16 จุด

ด้านนายสนธยา นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า  การแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องมีการบริหารจัดการทั้ง พื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่กลางน้ำ และพื้นที่ท้ายน้ำ ซึ่งเมืองพัทยาได้จัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในแผนงานระยะเร่งด่วน (1-6 เดือน) เพื่อลดระดับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม แผนงานระยะกลาง (1-2 ปี) จะเป็นการแก้ไขจุดวิกฤตต่างๆ ให้ลดน้อยลง และแผนงานระยะยาว (3-5 ปี) เป็นการประบระบบการบริหารจัดการอุทกภัยอย่างบูรณาการให้เกิดความยั่งยืน

ทั้งนี้ อยากให้ทุกฝ่าย ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกเทศบาล ร่วมกันวางแผนบริหารจัดการน้ำ เพราะให้เมืองพัทยาเป็นหลักในการแก้ไขปัญหาให้หมดไปจะยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้าออกไป จึงควรร่วมมือกันแก้ปัญห่ โดยการจัดลำดับจากจุดวิกฤตมากไปหาน้อย แล้วดูว่าเราจะดำเนินการราวมกันอย่างไรได้บ้าง อาศัยตาม พ.ร.บ.ปกครองส่วนท้องถิ่นว่าสามารถผ่อนคลายสถานการณ์ที่เป็นปัญหาอยู่ได้มากน้อยเพียงไร

ทั้งนี้หลังจากพบปัญหาแล้ว ให้อาศัยหลักของภูมิปัญญาท้องถิ่นในเรื่องของการจัดการน้ำจัดการสถานการณ์ทางธรรมชาติให้ได้มากที่สุด แล้วค่อยเอาระบบเทคโนโลยีเข้าไปช่วยเสริมศักยภาพ จะช่วยในเรื่องของดารใช้จ้ายงบประมาณที่คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง ซึ่งต้องมีการศึกษาและร่วมกันพิจารณาถึงแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไปอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน


ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.