ผกก.พัทยาตามรวบหนุ่มนครศรีธรรมราชแอบอางเป็นสารวัตรโทรหลอกเงินผู้ประกอบการและชาวต่างชาติที่มีเงินให้โอนมาร่วมกิจกรรมต่างๆตามหน่วยงานราชการหลายราย

ภาพข่าวสมชาย​ โคตล่ามแขก



   เมื่อเวลา  10.00น.   ของวันที่  8ตุลาคม  2561   พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.พัทยา พ.ต.ท.ปพนพัชร์ ใบยา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา โดย พ.ต.ท.ธีระศักดิ์ สีแสง สว.สส.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.ฐานานนท์ อธิพันสีห์ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา , เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา , ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา โดย พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ,    ได้ร่วมกันแถลงผลจับกุมตัวผู้ต้องหนายสุชาติหรือหนุ่ม สมบัติชัย อายุ 34 ปี ที่อยู่ 214  ม.7  ต.ทุ่งใส  อ.สิชล  จ.นครศรีธรรมราช  พร้อมด้วยของกลาง 1.สมุดเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาหนองบัวลำภู เลขที่บัญชี 020175930849 ชื่อบัญชีผู้ฝาก นางพันธุ์พิศ พัดเพ็ง 2.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อออปโป้   เลขอีมี่ 868835039070859 และ 868835039070842 ใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ   ระบบ เอไอเอส หมายเลข 093-3354561 จำนวน 1 เครื่อง    3.ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ ระบบ เอไอเอส หมายเลข 093-0747298 (หมายเลขประจำซิม 896603 1612) 4.ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ ระบบ เอไอเอส หมายเลข 092-7872369 (หมายเลขประจำซิม 896603 1722)  โดยกล่าวหาว่า    “ฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

   โดยมีพฤติการณ์การจับกุม กล่าวคือ เมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2560 สภ.เมืองพัทยารับแจ้งเหตุ มีผู้เสียหายถูกคนร้ายโทรมาพูดคุยโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ชื่อว่า “สารวัตรกิตติศักดิ์” โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ 098-1708980 และ 093-3354561 ขอยืมเงินไปใช้ในการดูแลรับรองนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารออมสิน สาขาหนองบัวลำภู เลขที่บัญชี 020175930849 ชื่อบัญชี พันธุ์พิศ พัดเพ็ง จำนวน 30,000 บาท เมื่อถึงกำหนดนัดคืนเงิน ไม่สามารถติดต่อกับคนร้ายได้อีกเลย ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองพัทยา 2. นายปีเตอร์ วิลเลียม จอห์น สโตนบริดจ์ (Mr.Peter William John Stonebrige) สัญชาติ อังกฤษ อายุ 66 ปี  โดย  ก่อนเกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 มีผู้ใช้เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 0930747298 โทรมาหาผู้เสียหาย แอบอ้างว่าชื่อ พ.ต.ท.ธีระชาติ แก้วเลื่อน ทำงานอยู่ที่ สภ.เมืองชลบุรี โทรมาขอความช่วยเหลือจากผู้เสียหาย อ้างว่าลูกชายป่วย ต้องผ่าตัดด่วน และมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน จำนวน 100,000 บาท และรับว่าจะคืนให้ภายใน 3 วัน ผู้เสียหายเห็นใจอีกทั้งผู้เสียหายเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนที่ตนเองรู้จัก คือ คุณวีรชัย ซึ่งเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ด่านพัทยา ซึ่งเป็นผู้คอยดูแลเอกสารเกี่ยวกับวีซ่าของผู้เสียหายมาตลอด ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปให้ที่บัญชีธนาคารออมสิน เลขที่บัญชี 020175930849 ชื่อบัญชี PHANPIT PADPENG เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 เป็นเงินทั้งหมด 200,000 บาท  ต่อมาเมื่อถึงตามกำหนดนัดผู้แอบอ้างก็ไม่โอนเงินคืนให้ผู้เสียหาย อีกทั้งผู้เสียหายก็ไม่สามารถติดต่อกับผู้แอบอ้างดังกล่าวได้อีก ผู้เสียหายจึงไปตรวจสอบกับทางสถานีตำรวจ ทราบว่าไม่มีตำรวจชื่อ พ.ต.ท.ธีระชาติ แก้วเลื่อน ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอก จึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
       ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ได้ออกสืบสวนหาข่าวคนร้ายรายนี้ ทราบว่า คนร้ายจะแอบอ้างเป็นนายตำรวจ ตำแหน่งสารวัตร มีชื่อว่า ( สารวัตรธีระชาติหรือชาติ, สารวัตรกิตติศักดิ์หรือศักดิ์ ) โดยจะโทรศัพท์ติดต่อไปหาเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการร้านค้า โรงแรม ในพื้นที่ท่องเที่ยว แล้วจะอ้างเหตุขอรับการสนับสนุนเงินเพื่อใช้ในงานช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งมีทั้งผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ และไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา เห็นว่าการกระทำของคนร้ายเป็นกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อภาพพจน์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งทำให้เกิดความเดือดร้อนกับผู้เสียหายจำนวนหลายคน จึงได้ดำเนินการสืบสวนติดตามหาตัวคนร้าย จนทราบว่า คนร้ายคือ นายสุชาติหรือหนุ่ม สมบัติชัย อายุ 34 ปี หมายเลขประจำตัวประชาชน 1-8014-00009-80-9 ที่อยู่ 214  ม.7  ต.ทุ่งใส  อ.สิชล  จ.นครศรีธรรมราช (ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา  ที่ 443/2561 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2561 ข้อหา ฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตัวเป็นผู้อื่น)
ต่อมาสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุมไปอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จว.หนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงติดตามจับกุมได้ที่ ภายในโรงพยาบาลหนองบัวลำภู พร้อมนำผู้ต้องหาตรวจยึดของกลางในคดี และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา นอกจากนี้ผู้ก่อเหตุยังเคยมีประวัติการก่อเหตุ  ในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา 2 คดี  / และ จว.ภูเก็ต 5 คดี 
    ด้านผกก.สภ.เมืองพทยายังฝากประชาสัมพันถึงผู้ประกอบการนักท่องเที่ยวที่คิดว่าเคยถูกผู้ต้องหาคนนี้ก่อเหตุให้มาแจ้งความและดูรูปผู้ต้องหาได้ที่สภ.พัทยา  ตลอด24 ชั่วโมง


Nces/8-10-61-พัทยา จ.ชลบุรี / ศุภกร อรรคนันท์ : 0952465262
ผกก.พัทยาตามรวบหนุ่มนครศรีธรรมราชแอบอางเป็นสารวัตรโทรหลอกเงินผู้ประกอบการและชาวต่างชาติที่มีเงินให้โอนมาร่วมกิจกรรมต่างๆตามหน่วยงานราชการหลายราย
   เมื่อเวลา  10.00น.   ของวันที่  8ตุลาคม  2561   พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.พัทยา พ.ต.ท.ปพนพัชร์ ใบยา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา โดย พ.ต.ท.ธีระศักดิ์ สีแสง สว.สส.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.ฐานานนท์ อธิพันสีห์ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา , เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา , ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา โดย พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ,    ได้ร่วมกันแถลงผลจับกุมตัวผู้ต้องหนายสุชาติหรือหนุ่ม สมบัติชัย อายุ 34 ปี ที่อยู่ 214  ม.7  ต.ทุ่งใส  อ.สิชล  จ.นครศรีธรรมราช  พร้อมด้วยของกลาง 1.สมุดเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาหนองบัวลำภู เลขที่บัญชี 020175930849 ชื่อบัญชีผู้ฝาก นางพันธุ์พิศ พัดเพ็ง 2.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อออปโป้   เลขอีมี่ 868835039070859 และ 868835039070842 ใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ   ระบบ เอไอเอส หมายเลข 093-3354561 จำนวน 1 เครื่อง    3.ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ ระบบ เอไอเอส หมายเลข 093-0747298 (หมายเลขประจำซิม 896603 1612) 4.ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ ระบบ เอไอเอส หมายเลข 092-7872369 (หมายเลขประจำซิม 896603 1722)  โดยกล่าวหาว่า    “ฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

   โดยมีพฤติการณ์การจับกุม กล่าวคือ เมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2560 สภ.เมืองพัทยารับแจ้งเหตุ มีผู้เสียหายถูกคนร้ายโทรมาพูดคุยโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ชื่อว่า “สารวัตรกิตติศักดิ์” โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ 098-1708980 และ 093-3354561 ขอยืมเงินไปใช้ในการดูแลรับรองนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารออมสิน สาขาหนองบัวลำภู เลขที่บัญชี 020175930849 ชื่อบัญชี พันธุ์พิศ พัดเพ็ง จำนวน 30,000 บาท เมื่อถึงกำหนดนัดคืนเงิน ไม่สามารถติดต่อกับคนร้ายได้อีกเลย ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองพัทยา 2. นายปีเตอร์ วิลเลียม จอห์น สโตนบริดจ์ (Mr.Peter William John Stonebrige) สัญชาติ อังกฤษ อายุ 66 ปี  โดย  ก่อนเกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 มีผู้ใช้เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 0930747298 โทรมาหาผู้เสียหาย แอบอ้างว่าชื่อ พ.ต.ท.ธีระชาติ แก้วเลื่อน ทำงานอยู่ที่ สภ.เมืองชลบุรี โทรมาขอความช่วยเหลือจากผู้เสียหาย อ้างว่าลูกชายป่วย ต้องผ่าตัดด่วน และมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน จำนวน 100,000 บาท และรับว่าจะคืนให้ภายใน 3 วัน ผู้เสียหายเห็นใจอีกทั้งผู้เสียหายเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนที่ตนเองรู้จัก คือ คุณวีรชัย ซึ่งเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ด่านพัทยา ซึ่งเป็นผู้คอยดูแลเอกสารเกี่ยวกับวีซ่าของผู้เสียหายมาตลอด ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปให้ที่บัญชีธนาคารออมสิน เลขที่บัญชี 020175930849 ชื่อบัญชี PHANPIT PADPENG เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 เป็นเงินทั้งหมด 200,000 บาท  ต่อมาเมื่อถึงตามกำหนดนัดผู้แอบอ้างก็ไม่โอนเงินคืนให้ผู้เสียหาย อีกทั้งผู้เสียหายก็ไม่สามารถติดต่อกับผู้แอบอ้างดังกล่าวได้อีก ผู้เสียหายจึงไปตรวจสอบกับทางสถานีตำรวจ ทราบว่าไม่มีตำรวจชื่อ พ.ต.ท.ธีระชาติ แก้วเลื่อน ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอก จึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
       ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ได้ออกสืบสวนหาข่าวคนร้ายรายนี้ ทราบว่า คนร้ายจะแอบอ้างเป็นนายตำรวจ ตำแหน่งสารวัตร มีชื่อว่า ( สารวัตรธีระชาติหรือชาติ, สารวัตรกิตติศักดิ์หรือศักดิ์ ) โดยจะโทรศัพท์ติดต่อไปหาเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการร้านค้า โรงแรม ในพื้นที่ท่องเที่ยว แล้วจะอ้างเหตุขอรับการสนับสนุนเงินเพื่อใช้ในงานช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งมีทั้งผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ และไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา เห็นว่าการกระทำของคนร้ายเป็นกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อภาพพจน์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งทำให้เกิดความเดือดร้อนกับผู้เสียหายจำนวนหลายคน จึงได้ดำเนินการสืบสวนติดตามหาตัวคนร้าย จนทราบว่า คนร้ายคือ นายสุชาติหรือหนุ่ม สมบัติชัย อายุ 34 ปี หมายเลขประจำตัวประชาชน 1-8014-00009-80-9 ที่อยู่ 214  ม.7  ต.ทุ่งใส  อ.สิชล  จ.นครศรีธรรมราช (ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา  ที่ 443/2561 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2561 ข้อหา ฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตัวเป็นผู้อื่น)
ต่อมาสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุมไปอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จว.หนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงติดตามจับกุมได้ที่ ภายในโรงพยาบาลหนองบัวลำภู พร้อมนำผู้ต้องหาตรวจยึดของกลางในคดี และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา นอกจากนี้ผู้ก่อเหตุยังเคยมีประวัติการก่อเหตุ  ในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา 2 คดี  / และ จว.ภูเก็ต 5 คดี 
    ด้านผกก.สภ.เมืองพทยายังฝากประชาสัมพันถึงผู้ประกอบการนักท่องเที่ยวที่คิดว่าเคยถูกผู้ต้องหาคนนี้ก่อเหตุให้มาแจ้งความและดูรูปผู้ต้องหาได้ที่สภ.พัทยา  ตลอด24 ชั่วโมง

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.