ราชบุรี - แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสร้างรายได้



เกษตรกรใน ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม  ส่งเข้าสำนักพระราชวัง  อีกทั้งจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมการแปรรูปน้ำหม่อน  หม่อนหยี สาคูไส้หม่อน ชิมตัวไหมทอด และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆเสริมรายได้ให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง
             
วันที่ 9 ต.ค. 61)  กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม บ้านหนองมะค่า หมู่ที่  9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่เกิดจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในโครงการศิลปาชีพ สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระราชปณิธาน ฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมในการรวบรวมพรรณไม้ป่าของไทย เพื่อให้เยาวชนและประชาชนนำไปใช้ประโยชน์ เป็นแหล่งศึกษาพรรณไม้ไว้ จึงทรงมีพระราชดำริที่จะฟื้นฟูผืนป่าและส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎร  โดยอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพหนึ่งที่ได้ส่งเสริมเพื่อให้ราษฎรมีรายได้ มีอาชีพมั่นคง เกิดความเข้มแข็ง มีความเป็นอยู่ดี และยังช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่าอีกทางหนึ่ง ทำให้พื้นที่แห่งนี้ได้มีการสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมานานกว่า 20 ปีมาแล้ว
         

ทุกเดือนจะมีการนำเส้นไหม และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ ส่งไปที่พระตำหนักจิตลดารโหฐานในพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร และจะมีการปันผลเงินให้แก่สมาชิกทุกเดือน สมาชิกจะเลี้ยงไหมอยู่กับบ้าน และปลูกต้นหม่อนไว้เพื่อเก็บใบมาเลี้ยงตัวไหมทุกวัน จนได้เวลาที่กำหนดก็จะนำรังไหมมาทำเส้นไหม
             
ทั้งนี้นางสมพร  แก้วคนตรง  ประธานกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในโครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ เปิดเผยว่า  “ กลุ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อปี  พ.ศ. 2536 มีสมาชิกรวม 37 ราย  ปลูกหม่อน สาวเส้นไหมเป็นอาชีพหลัก ส่งเข้าพระตำหนักสวนจิตลดาทั้งหมด ทุกวันที่ 1  ของเดือน จะมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์หม่อนไหมกาญจนบุรีมาส่งไข่ไหมให้กลุ่มฯ  จากนั้นสมาชิกจะนำไปเลี้ยงดูแลที่บ้านประมาณ 24 วัน ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการสาวไหม และรวบรวมเส้นไหมจากสมาชิกทุกคนที่ได้นำมาไว้ที่กลุ่ม จากนั้นส่งเข้าพระตำหนักสวนจิตรลดาผ่านหน่วยงานทหารของกองพลพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ อ.เมือง จ.ราชบุรี ที่ดูแลรับผิดชอบเพื่อนำผลิตภัณฑ์ส่งเข้ากรุงเทพฯ ”
           
ปัจจุบันมีสมาชิกปลูกหม่อน  30 ราย  ทุกแปลงจะปลอดสาร มีใบรับรองมาตรฐานจากกรมหม่อนไหม  ได้สนับสนุนต้นพันธุ์หม่อนให้เกษตรกรคนละ 100 ต้น  ปุ๋ยคอก พืชตระกูลถั่ว และต้นกล้วยปลูกล้อม เพื่อป้องกันสารพิษ หากแปลงไหนไม่มีการทำระบบปลอดสาร ก็จะไม่รับซื้อผลผลิตลูกหม่อน ทุกวันจะมีออเดอร์รับซื้อวันละ 100 กิโลกรัม โดยสมาชิกจะนำผลหม่อนมาส่งให้ที่กลุ่มทุกวัน บางรายประมาณ 10 - 40 กิโลกรัมขึ้นไป  กลุ่มจะรับซื้อราคากิโลกรัมละ 50 บาท แต่จะต้องนำมาคัดเลือกเกรด ใช้ผลที่มีลักษณะไม่แดงมากนัก  ส่วนที่เหลือคัดจะเป็นหม่อนดำแตกหัก จะนำมาแปรรูป  น้ำลูกหม่อนบรรจุขวดเพื่อสุขภาพ หม่อนหยี สาคูไส้หม่อน และแยมหม่อน มีตลาดรองรับที่โรงพยาบาลสวนผึ้ง  อบต.สวนผึ้ง นอกจากนี้ส่งเข้ากรุงเทพฯสัปดาห์ละ 400 ขวดอีกด้วย
           

สำหรับประโยชน์ของผลหม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ จะมีรสเปรี้ยวหวานเย็นมีสรรพคุณช่วยดับร้อน ช่วยขับลม ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยบำรุงหัวใจ  ทำให้เส้นประสาทตาดี ทำให้สายตาแจ่มใส ช่วยแก้อาการท้องผูก   ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด  บำรุงผลให้ดกดำ ป้องกันผมหงอกก่อนวัย ในประเทศจีนจะใช้ผล กิ่งอ่อน เปลือก ราก และใบเป็นยาบำรุงกำลัง และยังอุดมไปด้วยมีวิตามินเอ วิตามินซี  กรดโฟลิค พร้อมทั้งแร่ธาตุต่าง ๆ และยังให้ความหวานโดยธรรมชาติ
           

ปัจจุบันกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในโครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้ ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้เข้ามาศึกษาดูงาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร  ทำให้กลุ่มมีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไว้หลากหลาย เช่น สบู่รังไหมผสมน้ำผึ้งป่าก้อนละ 20 บาท ไหมขัดหน้ามีสีขาว และสีเหลืองขายเพียงถุงละ 20 บาท  นำมาใส่นิ้วแล้วค่อย ๆ ถูเบาบริเวณใบหน้า มีประโยชน์ช่วยทำให้หน้าชุ่มชื้น ลดการอักเสบของสิว ทำให้หน้าเต่งตึง ลบรอยเหี่ยวย่น  และยังมี สาคูไส้หม่อนขายกระทงละ 20 บาท หม่อนหยี ถุงละ  30 บาท และยังมีน้ำหม่อนเพื่อสุขภาพ หม่อนผลสด มีให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชิม
           
ผลจากการรวมกลุ่มทำให้ นางสมพร  แก้วคนตรง ประธานกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในโครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ มีโอกาสไปแข่งขันงานเส้นไหมสืบสานมือ (ระดับบุคคลทั่วไป) ในงานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2561   ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม  2561 จัดโดยกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี  ได้รับรางวัลชนะเลิศเข้ารับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มฯ ที่ได้สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืนตามแนวทางพระราชดำริ
         
จากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พรบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทำให้เกษตรกรกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในโครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ มีอาชีพที่มั่นคงจากแนวพระราชดำริที่ได้ทรงพระราชทานแก่ราษฎรในพื้นที่ โดยมีศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ กาญจนบุรีคอยเข้าไปส่งเสริมดูแลและสนับสนุน ตามแผนความต้องการของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
           
อย่างไรก็ดีหากนักท่องเที่ยวสนใจอยากจะไปเที่ยวเยี่ยมชมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และการสาธิตสาวเส้นไหม  เรียนรู้การแปรรูปหม่อน  สามารถติดต่อได้ที่นางสมพร  แก้วคนตรง  ประธานกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เบอร์โทร 062-5318924



////////////////////////////////////////////////////////////////////

สุจินต์ นฤภัย (เต้)

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.