ศูนย์การศึกษาเด็กพิเศษ หน่วยบริการยี่งอ จัดกิจกรรมอนุรักษ์การทำขนมอาซูรอ ฝึกให้เด็กได้รู้จักการกวนขนม และร่วมอนุรักษ์สานต่อประเพณีโบราณสู่เยาวชนคนรุ่นหลัง

ข่าว/กรียา/นราธิวาส

 วันที่4ต.ค61ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนราธิวาส หน่วยบริการยี่งอ ม.4 ต.ยี่งอ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส จัดงานอาซูรอสัมพันธ์ สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ครั้งที่ 2 เพื่อให้เด็กพิเศษได้มีโอกาสรู้จักและร่วมกวนขนมอาซูรอที่ท้องถิ่นร่วมกันอนุรักษ์มายาวนานนับ 100 ปี เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้รู้จักการกวนและทำขนมอาซูรอเพื่อสานต่อจากคนรุ่นเก่าในอดีตให้คงอยู่คู่พื้นที่ตลอดไป โดยประเพณีกวนอาซูรอ เป็นประเพณีทางประวัติศาสตร์ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ อีกทั้งเป็นประเพณีถิ่นดั้งเดิมของชาวไทยมุสลิม คำว่า อาซูรอ เป็นภาษาอาหรับ แปลว่า การผสมหรือการรวมกัน คือ การนำสิ่งของที่รับประทานได้หลายสิ่งหลายอย่างนำมากวนรวมกันในกระมะใบใหญ่ โดยจะจัดขึ้นให้ตรงกับวันที่ 10 ของเดือนมุฮัรรอม อันเป็นเดือนแรกของฮิจเราะห์ศักราชตามศาสนาอิสลาม ประเพณีกวนอาซูรอถูกมองข้ามจากเด็กมุสลิมรุ่นใหม่ ขนมขบเคี้ยวหลากสี อาหารขยะและช็อกโกแล็ตจึงกลายเป็นบริโภคนิยมโดยซึมซับผ่านสื่อทุกวัน ทำให้อิทธิพลวัฒนธรรมต่างชาติมาครอบงำจนบากที่จะยับยั้ง
 โดยกิจกรรมดังกล่าวมีคณะผู้บริหารการศึกษา กำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ทพ.นย.ทร ชป.กร.108 ทำชุดแพทย์มาร่วมแจกยารักษาโรคและร่วมกวนขนมอาซูรอร่วมกับเด็กๆและผู้ปกครอง นักเรียน ร่วมกันให้การสนับสนุน หน่วยราชการในพื้นที่ ประชาชน ผู้นำศาสนา และผู้มีจิตศรัทธาในการบริจาควัตถุดิบตามอัตภาพ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่นักเรียนและบุคลากร
 สำหรับศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนราธิวาส หน่วยบริการยี่งอ มีผู้บริหาร 1 คน ครูพี่เลี้ยง 3 คน เด็กนักเรียนพิเศษ จำนวน54 คน
 ด้านนางสาว รอฮานิง มะแซสะอิ หัวหน้าศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนราธิวาส หน่วยบริการยี่งอ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า การจัดงานอาซูรอสัมพันธ์ สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เพื่อร่วมอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้กับเด็กรุ่นใหม่ เนื่องจากเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้จักอาหารโบราณและความหมายดีๆของศาสนาอิสลามที่ตั้งไว้ในการเรียกพลังความสามัคคีในกลุ่มคนที่จะร่วมกันทำอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อความอยู่รอดของผู้คนในสมัยอดีตกาลตามประวัติศาสตร์ของท่านโนอาร์ที่นำวัตถุดิบต่างๆนำมาทำอาหารกันในเรือลำใหญ่ตอนน้ำท่วมโลกในอดีต ซึ่งปัจจุบันคนรุ่นใหม่มักจะไม่ค่อยนิยมรับประทานอาหารชนิดนี้กันและเริ้มจะศูนย์หายไป เนื่องจากเด็กยุคนี้จะเริ้มกินขนมคบเคี้ยวตามยุคสมัยที่ไม่ค่อยมีประโยชน์มากนักเนื่องจากหาซื้อง่าย
 ส่วนเด็กพิเศษเองจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ในเรื่องนี้ และต้องเข้าใจและรู้จักในเรื่องของวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ วิธีการกวนขนมอาซูรอ ซึ่งทางศูนย์ฯได้สอนไว้ทุกขั้นตอนให้เด็กได้รู้ ซึ่งจากการทำในปีที่แล้วเด็กๆชอบและให้การตอบรับเป็นอย่างดีเข้าใจและสนใจกิจกรรมนี้มากขึ้น โดยทางชุมชนและส่วนราชการให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก และร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นให้ได้มากที่สุด และกิจกรรมดังกล่าวมีผลต่อการรับรู้ในเรื่องของอาหาร วัตถุดิบของเด็กพิเศษมากขึ้น ทั้งที่เด็กบางคนสื่อสารไม่ได้ เข้าใจยาก ซึ่งครูผู้สอนได้ใช้ทักษะ ความเข้าใจต่อเด็ก อย่างเต็มความสามารถ และสอนซ้ำๆ จนเด็กรับรู้และเข้าใจในสิ่งต่างๆได้ดีในที่สุด.
                               



           ///////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.