สสจ.ยะลารุกมาตรการ 323 สยบโรคหัด เร่งค้นหาผู้สัมผัสผู้ป่วยให้ว้คซีนป้องกัน ป่วยหัดเสียชีวิตแล้ว 5 ราย

อับดุลหาดี/ยะลา/10 ต.ค. 61

     นพ.สงกรานต์  ไหมชุม นายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดยะลาเปิดเผยถึงสถานการณ์โรคหัดในจังหวัดยะลา มีการเกิดโรคหัดอย่างต่อเนื่อง และมีการระบาดจากพื้นที่ที่ความครอบคลุมของวัคซีนต่ำ พบสัดส่วนการเกิดโรคหัดระบาดในกลุ่มเด็ก  ข้อมูลในช่วงวันที่ 1 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม 2561 พบมีผู้ป่วยจำนวน 341ราย มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนกระจายทุกอำเภอ   โดยอำเภอที่มีผู้ป่วยสูงสุดคืออำเภอยะหา 93 ราย รองลงมาอ.บันนังสตา 54ราย อ.ธารโต 52ราย กรงปีนัง /กาบัง 39ราย  เมืองยะลา 38ราย รามัน 21ราย และอ.เบตง 5ราย ตามลำดับ เสียชีวิตแล้ว 5  ราย อ.กรงปินัง 3 ราย   อ.บันนังสตา/ อ.ธารโต  1 ราย ข้อมูลจากระบบรายงานผู้ป่วยหัด กลุ่มงานควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา โรคหัด เป็นโรคไข้ออกผื่น พบได้ทุกวัย และพบได้บ่อยในเด็กเล็ก อายุ 1-6 ปี เกิดจากเชื้อไวรัส Measles ซึ่งพบได้ในจมูกและลำคอของผู้ป่วย ติดต่อกันได้ง่ายมาก โดยการไอ จาม หรือพูดกันในระยะใกล้ชิด เชื้อไวรัสจะกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย และเข้าสู่ร่างกายโดยทางการหายใจ บางครั้งเชื้ออยู่ในอากาศเมื่อหายใจเอาละองที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสเข้าไปก็ทำให้เป็นโรคได้ ถ้าไม่มีภูมิต้านทาน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีน นอกจากนี้โรคหัดยังอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้   ส่วนอาการของโรคหัด เริ่มด้วยมีไข้ น้ำมูกไหล ไอ ตาแดง ตาแฉะและกลัวแสง อาการต่างๆ จะมากขึ้นพร้อมกับไข้สูงขึ้น และจะสูงขึ้นเต็มที่เมื่อมีผื่นขึ้นในวันที่ 4 ลักษณะผื่นนูนแดงติดกันเป็นปื้นๆ โดยจะขึ้นที่หน้า บริเวณชิดขอบผม แผ่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา เมื่อผื่นแพร่กระจายไปทั่วตัว ซึ่งกินเวลาประมาณ 2-3 วัน ไข้ก็จะเริ่มลดลง ผื่นระยะแรกมีสีแดงจะมีสีเข้มขึ้นเป็นสีแดงคล้ำ หรือน้ำตาลแดง บางครั้งจะพบผิวหนังลอกเป็นขุย การตรวจในระยะ 1-2 วัน ก่อนผื่นขึ้นจะพบจุดขาวๆ เล็กๆ มีขอบสีแดงๆ อยู่ในกระพุ้งแก้ม จะช่วยให้วินิจฉัยโรคได้ก่อนที่จะมีผื่นขึ้น อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่12 จังหวัดสงขลา


     นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลากล่าวถึง การควบคุมการระบาดโรคหัดในพื้นที่จังหวัดยะลาใช้มาตรการ 323 หาให้ครบ ฉีดให้ทัน ระดมสรรพกำลังบุคลากรและวัคซีน ลงพื้นที่เชิงรุก ดำเนินการ วินิจฉัยโรคให้เร็ว แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ทราบภายใน 3 ชม. เพื่อลงสอบสวนโรค หาผู้สัมผัสโรคให้ครบ ภายใน 2  วัน และดำเนินการฉีดวัคซีนแก่ผู้สัมผัสโรคภายใน 3 วัน ในส่วนของผู้สัมผัสโรค มี 4  กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ที่อยู่บ้านเดียวกันกับผู้ป่วย 2.อยู่โรงเรียน/ที่ทำงาน ทำภารกิจร่วมกันเป็นประจำ 3.ผู้ที่อยู่ใกล้ชิด คลุกคลี 4.บุคลากรสาธารณสุขที่ดูแลสัมผัสผู้ป่วย การป้องกันจึงเน้นย้ำ หลีกเลี่ยงการคลุกคลี สัมผัสกับผู้ป่วย และหากเป็นผู้สัมผ้สใกล้ชิดผู้ป่วยโดยเฉพาะในช่วง 5 วันก่อนออกผื่นและ 4 วันหลังออกผื่น ให้พบแพทย์พร้อมให้ประวัติการรับวัคซีน นำสมุดประว้ติรับวัคซีนไปด้วย เพื่อการพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกัน ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีโปรแกรมให้วัคซีนป้องกันโรคหัด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 9-12 เดือน ครั้งที่ 2 เมื่อเด็กอายุ 2 ปี ครึ่ง โดยให้ในรูปของวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR)  จึงขอให้พ่อแม่ ผู้ปกครองนำบุตรหลานไปรับวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ และในช่วงการระบาด  ขอให้ประชาชน พ่อแม่ ผู้ปกครองมีการเฝ้าระวังป้องกันโรคหัดตามคำแนะนำ เบื้องต้น ทั้งนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลามีการเปิดศูนย์บัญชาการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC)ในการควบคุมป้องกันการระบาดโรคหัดอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคหัดสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422



ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.