ระดมกำลังกว่า 200 สุนัข ดมกลิ่น เฮลิคอปเตอร์ บินค้นหาผู้ต้องขังชิงรถเรือนจำหนี อธิบดีฯราชทัณฑ์ลงดูสถานการณ์


  จากกรณี 3 ผู้ต้องขัง คือ 1. นายพิเชษฐ กลิ่นโอชา อายุ 31 ปี ชาวบ้าน ม. 6 ต.กะเปอร์ จ.ระนอง 2. นายธราธิป เพิ่มลาภ อายุ 26 ปี ชาวบ้าน ม.3 ต.บ้านบ่อ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และ 3. นายกฤษฎา เกตุนุ้ย 36 ปี ชาวบ้าน ม.7 ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร ชิงรถควบคุมผู้ต้องขังกรมราชทัณฑ์ หลบหนีออกจากศาลจังหวัดหลังสวน จ.ชุมพร ก่อนนำมาจอดทิ้งไว้ในบริเวณสวนทุเรียนของชาวบ้าน พื้นที่ ม.12 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร และเดินเท้าหลบหนีไป นั้น
  ล่าสุด พบว่า ผู้ต้องขังได้งัดบ้านชาวบ้าน ก่อนจะใช้ตะไบตัดโซ่ตรวน และขโมยมีดพร้า มีทิศทางการหนีขึ้นภูเขาห้วยคล้า ที่เต็มไปด้วยป่าและภูเขาหินปูนสูงชัน มีเนื้อที่ 960 ไร่ อยู่ในพื้นที่ ม.6 และ ม.12 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ ทั้ง ตำรวจ ทหาร อส.และเจ้าหน้าที่เรือนจำ ปิดล้อมภูเขา มีการใช้ เฮลิคอปเตอร์ของ ตชด.41 บินรอบภูเขาค้นหาทางอากาศและ เพื่อกดดัน ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจรถที่ถูกชิงหลบหนี
  ต่อมา พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เดินทางด่วนมายังที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนักโทษเรือนจำจังหวัดหลังสวน  ชิงรถเรือนจำหลบหนีออกจากศาลจังหวัดหลังสวน ซึ่งเบื้องต้นพบว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำ ซึ่งเป็นพนักงานขับรถ คากุญแจรถเอาไว้ที่คอพวงมาลัย ขณะนำตัวนักโทษไปขึ้นศาล
  "เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลยังไม่ได้ออกมารับตัวผู้ต้องขัง ทำให้ผู้ต้องขังทั้ง 3 วิ่งออกจากตัวอาคารศาลกลับมาที่รถเรือนจำและขโมยรถขนนักโทษขับหลบหนีไป ในณะที่เจ้าหน้าที่ศาลพยายามปิดประตูรั้วสกัดกั้น แต่ผู้ต้องขังตัดสินใจขับรถพุ่งชนประตูรั้วหลบหนีไปได้ ทั้งนี้ เชื่อว่าจะสามารถติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีต่อไปได้ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งหามาตรการที่รัดกุมมาป้องกันเหตุต่อไป"  พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว


ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.