ปฎิบัติค้นหาผู้สูญหายที่หนีออกจากรพ.พะเยารถติดหล่มทิ้งกุญแจไว้ไกล้รถ


ปฎิบัติค้นหาผู้สูญหายที่หนีออกจากรพ.พะเยารถติดหล่มทิ้งกุญแจไว้ไกล้รถ


เมื่อเวลา๐๙.๑๐น.ของวันที่๓๐มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๑ ที่สถานีตำรวจภูธรสะเอียบโดยการอำนวยการของพ.ต.ท.วินัย อินทนา สวญ.สภ.สะเอียบ มอบหมายงานให้พ.ต.ท.สุรินทร์ กันทะเสน รองผกก.สอบสวน สภ.สะเอียบ พ.ต.ท.เสริฐ ขาวแก้ว สรว.สส.สภ.สะเอียบพ.ต.ท.สงกรานต์ ใจมาก สวป.สภ.สะเอียบได้ระดมสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ยม อำนวยการโดยนายก้องไมตรี เทศสูงเนิน หน.อุทยานแห่งชาติแม่ยม มอบหมายงานให้นาย ชูวิทย์ ยะกิจ หัวหน้าชุดปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามอุทยานแห่งชาติแม่ยมนำเจ้าหน้าที่พนักงานของอุทยานแห่งชาติแม่ยมพร้อมด้วยญาติผู้สูญหายที่หนีออกจากโรงพยาบาลพะเยาที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรควูบโดยได้ขับขี้รถกระบะบรรทุกยี่ห้อทะเบียน บง.๙๗๘๔ลำปางขับหนีมาทางลัดอำเภอดอกคำใต้จังหวัดพะเยา ขับมาตามถนนทางลัดมายังอำเภอเชียงม่วนและเลี้ยวขวาไปทางบ้านบ่อเบี้ย ตำบลบ้านสระ อำเภอเชียงม่วนและขับต่อไปจนถึงบ้านบ่อต้นสักหมู่ที่๑๐ตำบลบ้าน  มาง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา และขับผ่านบ้านบ่อต้นสักขับรถเข้าป่าซึ่งเป็นถนนเข้าสู่ทางเกษตรของชาวบ้านซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ยม ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ จนรถมาติดหล่มบริเวณไร่สวนของชาวบ้าน จึงขับไปต่อไปไม่ได้จึงได้จอดที้งรถไว้ตรงนั้นและเดินหนีต่อไปทางไหนไม่ทราบโดยที้งพวงกุญแจไว้กลางทางด้านหลังของรถห่างจากรถประมาณ๓๐เมตร จากการปฎิบัติการค้นหาผู้สูญหายในครั้งนี้เจ้าหน้าที่พร้อมญาติได้ประสานนายศิริชัย แซ่โฟ่งผู้ใหญ่บ้านบ่อต้นสัก หมู่ที่๑๐ ตำบลบ้านมาง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยาพร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านที่คอยอำนวยความสดวกในการออกค้นหาในครั้งนี้โดยแบ่งกำลังออกเป็น๓ชุดและวางแผนในการค้นหาด้วยแต่ละชุดได้ปูพรมจากตรงจุดบริเวณรถจอดติดหล่มอยู่โดยใช้ระยะทาง๔กิโลเมตรเป็นอย่างต่ำจากการวิเคาะห์ของญาติๆผู้สูญหายทราบว่าผู้สูญหายป่วยเป็นโรคหืดหอบอีกโรคหนึ่งและร่างกายก็ยังอ่อนแออยู่และเคยวูบมาหลายครั้งแล้วทุกครั้งจะไปไหนมาไหนต้องพกยาติดตัวตลอดแต่ครั้งนี้ไม่ได้พกยามาด้วยและคาดว่าคงเดินได้ไม่ไกลจึงได้เดินเรียงหน้ากระดานออกเป็นสามด้านออกค้นหาในไร่ข้าวโพด สวนลำใยจนกระทั่งถึงเวลา๑๒.๐๐น.ก็ยังไม่พบตัวเจ้าหน้าทุกคนจึงได้กลับมาพักรับประทานอาหารกลางวันตรงจุดเดิมและช่วงบ่ายได้ก็วางแผนออกค้นหาตามจุดอื่นที่ทางเจ้าหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ยมได้บอกว่าทางทิศตะวันตกห่างจากรถจอดติดหล่มอยู่ประมาณ๑กิโลเมตรมีถ้ำอยู่จึงได้ระดมพลออกค้นหาตามถ้ำทั้ง๒จุดแต่ก็ยังไม่พบตัวแต่ก็ยังไร้วี่แววจึงได้มารวมตัวกันภายในหมู่บ้านบ่อต้นสักและร่วมกันวางแผนสอบถามชาวบ้านอีกครั้งว่าเคยเห็นบุคคลแปกหน้าเดินผ่านเข้ามาในหมู่บ้านหรือไม่โดยผู้ใหญ่บ้านได้ยืนยันว่าไม่มีคนใดพบเห็นอย่างแน่นอนเพราะตนเองได้ประชาสัมพันทางหอกระจายข่าวหากคนไหนพบเห็นตัวคนที่สวมใส่เสื้อผ้าชุดของโรงพยาบาลขอให้มารีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านโดยด่วนแต่ขณะนี้ก็ยังมีคนมายืนยันว่าไม่มีผู้ใดพบเห็นอย่างแน่นอนและถ้าหากมีผู้คนเดินทางเข้าหมู่บ้านในเวลากลางคืนหมาทุกตัวในหมู่บ้านคงเห่าอย่างแน่นอน จนกระทั้งถึงเวลา๑๖.๓๐น.ทางญาติอีกชุดหนึ่งที่อยู่ทางบ้านแจ้งมายังโทรศัพย์ว่าขณะนี้ผู้สูญหายได้เสียชีวิตแล้วภายในบริเวณนั้นโดยเจ้าป่าเจ้าเขาได้ปิดบังตาไว้ไม่สามารถให้พบเห็นได้อย่างแน่นอนตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ที่ทางญาติอีกชุดหนึ่งคอยโทรหาบอกสถานที่อย่างชัดเจนดังนั้นทางญาติๆจึงได้จัดทำพิธีเปิดทางขอเจ้าป่าเจ้าเขาเปิดทางดลบันดาลให้พบเจอโดยมีปราชย์ในหมู่บ้านที่เป็นผู้ชำนาญการในเรื่องนี้มาช่วยดำเนินการตามพิธีจนเสร็จพิธีและทีมชุดปฎิบัติการค้นหาอีกรอบหนึ่งตามที่ร่างทรงที่ญาติๆอีกชุดหนึ่งคอยชี้ทางอยู่ที่จังหวัดน่าน จากการค้นหาก็ยังไม่พบผู้สูญหายแต่อย่างไดในวันนี้





 ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ยมและญาติๆจึงได้ยุติในกาค้นหาในวันนี้ในเวลา๑๗.๔๗นาทีและจะออกติดตามออกค้นหาในวันพรุ่งนี่ต่อไปจากการสอบถามลูกสาวที่มานอนเฝ้าดูอาการของพ่อที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลพะเยาทราบว่าคุณพ่อมีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง โรคหืดหอบ และเคยมีอาการวูบมาหลายครั้งแล้วแต่ทุกครั้งถ้าเกิดอาการขึ้นมาก็จะรับประทานยาและนอนพักผ่อนอาการก็จะดีขึ้นแต่ครั้งนี้ไม่พกยาอะไรติดตัวมาด้วยและได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลพะเยามาโดยที้งตนเองไว้ที่โรงพยาบาลพะเยาโดยคุณพ่อมาขอกระเป๋าซึ่งมีบัตรเอทีเอ็มและได้เอาเฉพาะบัตรเอทีเอ็มไปเท่านั้นและพ่อบอกกับตัวเองว่าพ่อจะไปกดเงินที่หน้าโรงพยาบาลก่อนจากนั้นเวลาประมาณ๑๕.๑๕น.ตนเองเข้าได้เข้าห้องน้าไม่นึกว่าคุณพ่อจะแอบหลบหนีตนเองออกจากห้องน้ำก็ไม่พบคุณพ่อแล้วจึงได้ออกค้นหาในโรงพยาบาลก็ไม่พบตัวคุณพ่อแล้วจึงได้แจ้งญาติๆที่อยู่ทางอำเภอวังชิ้นทราบจนกระทั้งพลบค่ำคุณพ่อก็ไม่ยอมกลัมมาที่ห้องผู้ป่วยอีกเลยตนเองไม่รู้จะไปหาที่ไหนเพราะโทรศัพย์คุณพ่อก็ไม่ได้เอาไปด้วยตนเองจึงจนปัญญาในการออกค้นหาและได้เดินทางกลับอำเภอวังชิ้นด้วยรถประจำทางจนถึงบ้านที่อำเภอวังชิ้นและทราบเรื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.วังชิ้นว่า ได้รับประสานงานราชการจากสภ.สะเอียบว่าได้พบรถกระบะบรรทุกที่จอดติดหล่มอยู่ที่ในป่าที่บ้านบ่อเบี้ยในเขตป่าอุทยานแห่งชาติแม่ยมจึงได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนและได้เดินทางไปที่พบรถและได้นำรถกลับบ้านที่อำเภอวังชิ้นแต่ไม่พบตัวคุณพ่ออีกเลย ส่วนคุณพ่อนั้นอดีตเป็นข้าราชการของออป.มาก่อนและได้เกษีรญอายุราชการเมื่อปี๕๙ทราบอีกว่าทีพ่อมานอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลพะเยานั้นเพราะคุณพ่อมีภรรยาน้อยอยู่ที่บ้านสระ ตำบลบ้านสระ อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เพียงแต่ทราบชื่อนามสมมุติว่าชื่อโบว์ เท่านั้นเพราะตนเองไม่สนใจและไม่ยอมรับในตัวผู้หญิงคนนี้เป็นแม่ ทั้งๆที่คุณแม่ที่เป็นภรรยาหลวงก็ยังมีชีวิตอยู่และอยู่ที่อำเภอวังชิ้น สาเหตุที่เข้าโรงพยาบาลในครั่งนี้คุณพ่อได้เดินทางออกจากบ้านที่อำเภอวังชิ้นในวันที่๑๘มิถุนายนที่ผ่านมาและได้เกิดอาการวูบอีกครั้งหนึ่งทางภรรยาน้อยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเชียงม่วน อาการก็ไม่ดีขึ้นจึงได้ส่งตัวมายังโรงพยาบาลพะเยาและเข้าห้องไอซียูอยู่สองคืนจนออกมาพักรักษาตัวห้องรวมจนถึงวันอาทิตย์ที่๒๔ มิถุนายน คุณพ่อก็ได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลและขับขี่รถมาติดหล่มที่นี่ส่วนทรัพย์สินภายในตัวคุณพ่อได้มีเฉพาะบัตรเอทีเอ็มโดยมีเงินอยู่ในบัญชีบัตรจำนวน ๕๒๐,๐๐๐ บาท(ห้าแสนสองหมื่นบาท)ส่วนทรัพย์สินอื่นไม่มีความคืบเป็นประการใดผู้สื่อข่าวรอบรั่วภูธรจะรายงานให้ทราบอีกเป็นลำดับต่อไป






 ณัฐปคัลภ์ ศรีคำภา ผู้สื่อข่าวรอบรั้วภูธรช่อง๑๓สยามไทยรายงานจากเขตอุทยานแห่งชาตแม่ยม จังหวัดแพร่

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.