แถลงปิดศูนย์"ยกจ่าแซม"ฮีโร่ตัวจริง

แถลงปิดศูนย์"ยกจ่าแซม"ฮีโร่ตัวจริง


    เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ อบต.โป่งผา นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผบ.ศูนย์อำนวยการร่วมฯ แถลงปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายฯ กล่าวว่า หลังจากเปิดศูนย์ปฏิบัติการ 17 วัน จากปฏิบัติการอิมพอสซิเบิ้ล กลายเป็น ปฏิบัติการพอสซิเบิ้ลไปแล้ว การทำงานครั้งนี้ จะสำเร็จไม่ได้เลย หากไม่ได้รับพระบารมี จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ การพระราชสิ่งของ ซึ่งไม่สามารถหาได้ในท้องตลาด ก็สามารถมีใช้ได้ทันการณ์ นอกจากนี้ ยังได้เห็นความสามัคคีทั้งในและนอกประเทศ เกิน
กว่าคำว่ากู้ภัย กู้ชีพ การมารวมกันเป็นการทลายชาติภาษาลง  นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือความร่วมมือ ความรู้ที่เอามารวมกัน ขั้นตอนจากนี้ ยังมีขั้นตอนการส่งกลับ ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ พื้นที่ถ้ำของกรมอุทยาน และอุปกรณ์จากนานาประเทศ สิ่งสำคัญคือ จะมีการถอดบทเรียนเรื่องนี้ต่อไป สิ่งที่ต้องขอโทษที่ต้องเข้มงวดและบางครั้งข่าวอาจล่าช้าไปบ้าง แต่เพื่อยืนยันข่าวถูกต้อง 100%



 เมื่อวานนี้เราพูดไปแล้ววีรบุรุษตัวจริงของเราคือ จ่าแซมซึ่งผมถือว่า ท่านเป็นพระเอกตัวจริง ในวันนั้น ทุกคนเศร้าหมด ซึ่งเราได้นำเหตุการณ์นั้นมาเป็นพลังของพวกเรา ทำให้เรามุ่งมั่นและเราได้รับความมุ่งมั่นจากจ่าแซมด้วย ทำให้เราทำสำเร็จอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องน่าเสียใจคือท่านนายกฯ ได้รับแจ้งยืนยันว่า บิดาของนายแพทย์ริชาร์ด แฮร์ริส คุณหมอชาวออสเตรเลีย ที่สูญเสียบิดาในช่วงเวลาที่คุณหมอมาร่วมปฏิบัติการพาหมูป่ากลับบ้าน ร่วมกับเราที่ถ้ำนางนอนในครั้งนี้ในนามของ ศอร. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของบิดา ของนายแพทย์แฮร์ริสพลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กล่าวว่า ฮีโร่นั้นคือหลาย ๆ คน งานสำเร็จได้เพราะหลายหน่วยร่วมกัน สำหรับหน่วยซีล เราได้ฝึกมาสำหรับภารกิจแบบนี้อยู่แล้ว สโลแกนของ ทร. คือ ทร. จะไม่ทิ้งประชาชน เมื่อได้รับแจ้งให้ซีลทีมมาช่วยผู้ประสบภัย กองทัพเรือก็สั่งโดยทันที ชุดแรก เครื่องบินออกจากสัตหีบ เที่ยงคืน ถึงเชียงรายตีสอง ระลอกแรก 20 ท่าน เวลา 04.00 น. ก็ปฏิบัติการเลย ตอนนี้แรกเราไปได้ถึง จุดสามแยก ซึ่งกู้ภัยชุดแรกไม่สามารถทะลุไปยังจุดดังกล่าวได้ เนื่องจากทรายได้ไหลมาอุดช่องดังกล่าว ในขณะนั้นเมื่อเราทะลุช่องไปแล้ว ก็ได้ดำไปจนถึงพัทยาบีช ซึ่งเจอแต่รอยเท้า ไม่เจอน้องๆ ซึ่งวันนั้นสภาพในถ้ำนั้น เราไม่เคยเจอ มืดมาก ฝนตกหนักมาก ทำให้ต้องถอยร่นจากสามแยก ถอยมาเรื่อยๆ จนถึงโถงสาม ในช่วงนั้นได้รับรายงานมาเรื่อยๆ แต่ผมไม่ทราบว่า มันยากขนาดไหน เลยขออนุญาตบินมา
เชียงราย จากหกโมงเย็น ผมเข้าถึงโถงสาม ก็พยายามสูบน้ำ สุดท้ายเราก็สู้น้ำไม่ได้ ต้องถอยร่นออกมา ก็ได้เห็นความยากลำบาก จึงได้ขอกำลังพลมาเป็นระลอกที่ 2-3 ด้วยสภาพน้ำ แต่ก็ยังสู้น้ำไม่ได้ ถอยมาจนถึงปากถ้ำ ตอนนั้นความหวังเหลือนิดเดียว ทำให้ห่วงว่าจะช่วยได้อย่างไร น้องๆจะอยู่อย่างไร ช่วงนั้นความหวังเราเหลือนิดเดียวซึ่งในขณะนั้นก็มีหน่วยอื่นมาช่วยสูบน้ำออก เราสู้กับน้ำมา 2 วันซึ่งน้ำมันลดไป 1-2 ซม. เท่านั้น ซึ่งเราก็พยายามเข้าไปดู มุดน้ำเข้าไป ทำให้พบว่า โถง 3 ยังคงมี่ที่วางให้วางกองบก.ได้ แต่การเข้าไปไม่ง่าย ลุยน้ำ มุดน้ำเข้าไปแต่เราจำเป็นต้องสู้ ไม่งั้นความหวังที่ช่วยก็ไม่มี สุดท้ายตัดสินใจว่า เราจะสู้กับน้ำ โดยเราต้องหาขวดอากาศมาเป็นจำนวนมาก ในช่วงแรกได้รับการบริจาคจากภาคเอกชน 200 ขวด ต้องขอบคุณด้วย ต่อมาได้รับพระราชทานมาอีก 200 ขวด พร้อมอุปกรณ์อื่นๆ อีก เราก็ตั้งใจว่า เราจะเป็นมนุษย์น้ำ วางขวดอากาศไปวางให้ได้ ใครดำไปก็เอาขวดอากาศไป 3 ขวด ขวดไหนหมด ก็เปลี่ยนกับขวดที่
ติดไว้ก็โชคดีเรามีเพื่อนๆ นานาชาติมาช่วยเรามีนักดำน้ำจากต่างประเทศ ในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสุดท้ายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำจริง ๆต่อจากนั้นเราก็มีแผนว่าจะทำยังไงจะหาน้อง ๆ เจอ เราก็วางแผนทีละ 200 เมตร แบ่งกันช่วยกันต่อระยะเข้าไป แต่สุดท้ายก็โชคดี เมื่อเราต่อระยะของไลน์ไปเรื่อยๆ ทำให้นักดำน้ำไปเจอน้องๆ เค้าในถ้ำ
และได้ถ่ายภาพดังที่เราได้เห็นไปแล้ว เราดีใจนะครับ น้อง ๆ อยู่ได้อย่างไร นักดำน้ำบอกว่าน้องๆ วิ่งลงมาหาเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องศึกษากันว่า น้องๆ ทำได้อย่างไร ซึ่งหลักจากที่เจอแล้ว เราได้ส่งพันโทภาคย์ ที่เห็นซีลและเป็นหมอ เข้าไป ระลอกแรก เราส่งหมอภาคย์ และซีล เข้าไป 4 คนอยู่กับน้องๆ ต่อมาส่งไปอีก 3 คน หลังจากวันนั้น มันมีรายละเอียดเยอะ ขอไม่ลงแล้วกันไม่งั้นเป็นนิยายยาวเลยสุดท้ายแล้วมี 4 คนอยู่กับน้องๆ เค้า ซึ่งก็ได้แถลงข่าวไปแล้วว่า น้องๆ อยู่ได้เป็นเดือน แค่ส่งน้ำ อาหารเข้าไป เพื่อรอการหาทางเข้าไปในทางอื่น แต่สุดท้ายมาเจอข้อจำกัด เนื่องจากอากาศน้อย
ปริมาณออกซิเจนน้อยลง วันแรกที่ตรวจเจอว่า ออกซิเจนมันแค่ 15% ก็คิดล่ะเราก็กังวล ทีมงานก็พยายามเอาไปเติม อีกอย่างคือปริมาณน้ำฝน ตอนนี้เป็นหน้าฝนเราสู้กับธรรมชาติยากมาก จะทำอย่างไรถ้าน้ำเต็มร้อย% อากาศจะเป็นยังไง ถ้ำจะเจาะได้หรือไม่ เพราะมันหนา 500ม. ไม่นับที่เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ซึ่งทีมดำน้ำก็มาคุยกัน ก็ได้นักดำน้ำมือดีๆ ระดับโลก มาคุยกัน ซึ่ง ผบ. ก็ปลื้มใจมากที่ได้พูดคุยกับคนเก่งๆ ซึ่งก็ได้แผนอย่างที่เห็น และได้รับการอนุมัติจากท่านผบ
.เหตุการณ์




  ด้านนายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผอ.โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวสั้นๆว่า ขณะนี้น้องๆนักเตะและโค้ชทีมหมูป่า อะดาเดมี่ มีสุขภาพร่างกายที่ดี จิตใจเข้มแข็ง โดยกลุ่มแรก 4 คน อายุ 14-16 ปี สามารถทานอาหารตามปกติได้แล้วทุกคนได้รับยาปฏิชีวนะ  มี 1 คนปอดอักเสบได้รับการรักษาและได้รับยาเรียบร้อยแล้ว กลุ่มที่สอง อายุ 12-14 ปี สามารถทานอาหารอ่อนได้ มีการพูดคุย จิตใจร่าเริง มีเม็ดเลือดขาวสูงซึ่งได้ให้ยาปฏิชีวนะแล้วเช่นกัน กลุ่มสุดท้าย 5 คน พบว่าร่างกายแข็งแรงแต่มีน้ำหนักลดไป 1-2 กิโลกรัม มีเม็ดเลือดขาวต่ำจึงได้ให้ทานอาหารที่มีโปรตีน แคลเซียมและวิตะมีนB-1 แล้ว สรุปทั้งหมดมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีโดยต้องอยู่ภายในโรงพยาบาลอีกประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อรอผลการตรวจหาเชื้อแปลกๆ ที่อาจได้รับมาจากภายในถ้ำ ก่อนส่งตัวกลับบ้านซึ่งหลังจากนั้นทางแพทย์และพยาบาลจะติดตามดูแลสุขภาพของน้องๆต่อไปอีก 7-10 วันสุดท้ายเราก็นำน้องๆออกมาครบ ทั้ง 13 ชีวิต รวมทั้ง หน่วยซีลทั้ง 4 ชีวิตตามที่ได้เห็นกัน ภารกิจในครั้งนี้ถือว่ายากมากจริงๆ ทำให้เราต้องพัฒนาบุคคลากรของเราให้เก่งขึ้นไปอีก ให้รับกับภัยพิบัติ
ในหลายๆรูปแบบซึ่งเราเจอกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่กี่วันก็ที่ใต้ ดังนั้น ทร. เราก็จะต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ เพราะ กองทัพเรือเราไม่ทิ้งประชาชน


จักรภัทร แสนภูธร รายงาน รมณ ภัทรทองศักดิ์ ถ่ายภาพ

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.