คืบ!!เรือล่มภูเก็ต ยอดเสียชีวิตพุ่ง 41 สูญหายอีก15 พิศูจน์อัตลักษณ์แล้ว 12ศพ


คืบ!!เรือล่มภูเก็ต ยอดเสียชีวิตพุ่ง 41 สูญหายอีก15 พิศูจน์อัตลักษณ์แล้ว 12ศพ


คืบหน้าล่าสุด เหตุเรือล่มภูเก็ต วันที่ 7 ก.ค.61 เวลา 17.30 น. เหตุ #เรือล่ม จ.ภูเก็ตตัวเลขล่าสุด ผู้เสียชีวิตจากเหตุเรือล่มเพิ่มเป็น 41 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 15 ราย ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จ.ภูเก็ต แถลงข่าว ความคืบหน้าล่าสุด ณ เวลา 17.30 น. ดังนี้
นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แถลงตัวเลขการค้นหาผู้สูญหาย ว่าพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย ทำให้ตัวเลขล่าสุด ผู้เสียชีวิตจากเหตุเรือล่มเพิ่มเป็น 41ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 15 ราย
โดยวันนี้ผู้แทนรัฐบาลจีน ได้เดินทางลงพื้นที่ไปติดตามการปฏิบัติภารกิจการกู้ชีพกู้ภัยของไทย ซึ่งมีความพึงพอใจในการปฏิบัติการของทีมไทยเป็นอย่างมาก สำหรับประเด็นที่สื่อมวลชนสนใจเกี่ยวกับจำนวนของผู้สูญหายและผู้โดยสารที่ลงเรือนั้นทางจังหวัดได้ยึดถือข้อมูลจากบริษัทท่องเที่ยวที่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลของผู้โดยสารไว้ โดยจังหวัดจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลและสอบสวนพยานเพื่อนำมาสรุปจำนวนที่แท้จริงของผู้โดยสารทั้งหมด ทั้งนี้ได้ประสานข้อมูลกับโรงแรมที่นักท่องเที่ยวเข้าพักโดยข้อมูลทุกอย่างจะนำมาตรวจสอบเพื่อหายืนยันจำนวนที่ถูกต้องอีกครั้ง
ทั้งนี้ในส่วนของขั้นตอนการติดต่อขอรับศพทางจังหวัดได้กำหนดอำนวยความสะดวกให้กับญาติเมื่อเดินทางถึงจังหวัดภูเก็ตไว้ 2จุดที่สนามบิน และมีล่ามประกบดูแลญาติผู้เสียชีวิต อำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางและที่พัก รวมทั้งงานด้านเอกสารให้มีความครบถ้วนถูกต้องและสามารถที่จะรับศพไป ประกอบพิธีทางศาสนาหรือ นำกลับประเทศ
ทั้งนี้ขอแจ้งถึงญาติของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บว่าขณะนี้ทางจังหวัดได้อำนวยความสะดวกในเรื่องของที่พักให้แก่ญาติที่เดินทางมาติดต่อที่จังหวัดภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพน้อยภาคที่ 4 กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพภาคที่ 4 ได้ดำเนินการสนับสนุนกำลังพลมาช่วย ประกอบด้วย ครัวสนามและกำลังพลจาก กองอำนวยการรักษาความเรียบร้อยจังหวัดภูเก็ตและกองทัพภาคที่ 4 เพื่อมาดูแลความสงบเรียบร้อย พลตำรวจโทสรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดดำเนินการสนับสนุนงานของจังหวัดอย่างเต็มที่ ประกอบด้วยเฮลิคอปเตอร์,ตำรวจน้ำ,ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตม. ในส่วนของคดี ขณะนี้ได้รับเรื่องร้องทุกข์และดำเนินการทำสำนวนคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานและรอผลการพิสูจน์หลักฐานบางอย่าง ในส่วนการดำเนินคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหากับกัปตันเรือทั้ง 2 ลำเป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยในเรื่องนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญเป็นอย่างมากที่จะต้องให้มีการดำเนินคดีด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม สำหรับการแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับเรือ เซเนริต้า ได้แจ้งในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับผลกระทบทางร่างกายและจิตใจ ส่วนเรือฟีนิกส์ได้แจ้งในข้อหา กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ด้าน พลเรือตรีเจริญพล คุ้มราษี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า การปฏิบัติการใต้น้ำดำเนินการค้นหาในห้องต่างๆของเรือยืนยันได้ 99% ว่าไม่มีร่างผู้สูญหายตกค้างอยู่ในห้องต่างๆของตัวเรือและขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิกภารกิจ ในการค้นหาจะยังค้นหาต่อไปโดยทำการสำรวจรอบๆตัวเรือและในพื้นที่รัศมี 500 เมตรพร้อมทั้งได้มอบหมายให้ เครื่องบินออกลาดตระเวน ออกตรวจสอบเพื่อค้นหาการลอยของร่างผู้สูญหายโดยกำหนดรัศมีการค้นหาไปจนถึงเกาะพีพี กระบี่โดยคำนวณจากอัตราลมและกระแสการไหลน้ำ พร้อมทั้งให้เรือกู้ภัย รวม 13 ลำ บูรณาออกสำรวจค้นหาร่างผู้สูญหายต่อไปอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแผนในการค้นหาในวันพรุ่งนี้ 8 กรกฎาคม 2561 ในส่วนของกองทัพบกได้จัดอากาศยานขึ้นบินประกอบด้วยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือ เฮลิคอปเตอร์ ของกองทัพบกและเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศโดยกำหนดออกบินสำรวจตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงตะวันตกดินมีรัศมีการค้นหาไปจนถึงเกาะพีพี กระบี่ และเกาะแก่งต่างๆโดยรอบในส่วนของการวางแผนการกู้ซากเรือหากไม่มีอุปสรรคใดๆก็จะดำเนินการกู้เรือในวันพรุ่งนี้( 8 กรกฎาคม 2561)
สำหรับการค้นหา รัฐบาลจีนได้ส่งทีมค้นหามาร่วมปฏิบัติการจำนวน 17 ราย ร่วมปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย ซึ่งสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี


ด้านนายแพทย์จิระพันธ์ เต้พันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงผลความคืบหน้าของการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตว่า ขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติเวชจ ากกรมตำรวจมาร่วมทำงานจำนวน 4 ราย โดยทำการจัดเก็บหลักฐานเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลโดย หน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจและทันตแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจมาดำเนินการจัดเก็บหลักฐานเมื่อดำเนินการเก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เรียบร้อยแล้วก็จะนำศพของผู้เสียชีวิตไปเก็บ ณ โรงพยาบาลต่างๆโดยได้นำตู้คอนเทนเนอร์มาใช้ในการจัดเก็บศพ ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้จากศพจะนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลที่จะได้จากญาติของผู้ที่เสียชีวิตและส่งเอกสารให้ คณะกรรมการปล่อยศพ เพื่อดำเนินการพิจารณา ส่งมอบศพให้แก่ญาติ
โดยญาติหรือผู้มีอำนาจรับศพจะต้องได้รับการรับรองจากกงสุลจีนและจะต้องได้รับหนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตเพื่อมอบให้กับญาติเพื่อจะได้นำไปเป็นหลักฐานในการจัดการศพต่อไป เมื่อญาติได้รับหนังสือจากโรงพยาบาลจะนำไปส่งต่อให้สถานกงสุลเพื่อประสานงานกับสถานทูตและรับหนังสือรับรองจากตำรวจทั้งนี้จะมีอำเภอเมืองเป็นผู้ออกใบรับรองจากนั้นนำใบรับรองไปรับศพ หลักฐานการรับศพจะต้องมีสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เสียชีวิตขณะ 33ศพ ที่ได้รับในช่วงแรกได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวน 12 ศพ ในส่วนของศพที่ได้รับมาและทำการตรวจแล้วแต่ยังไม่ทราบชื่อผู้เสียชีวิตจะดำเนินการเปรียบเทียบอัตลักษณ์กับญาติของผู้ที่เสียชีวิต ต่อไป
ซึ่ง ญาติจะต้องมาแจ้งความประสงค์ที่โรงพยาบาล วชิระภูเก็ต จากนั้นจะดำเนินการให้ญาติที่มาติดต่อไปดูภาพถ่ายและตรวจสอบทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตเพื่อยืนยันเบื้องต้นว่าน่าจะเป็นญาติก็จะดำเนินการ ตรวจสอบตามกระบวนการต่อไป
เมื่อมีหลักฐานที่ระบุว่าผู้ตายกับญาติที่มาติดต่อเป็นเครือญาติกันจริงก็จะต้องดำเนินการติดต่อกับกงสุลเพื่อให้รับรองเอกสารนำมาใช้ในการขอรับศพทางโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตก็จะดำเนินการออกใบรับรองการตายให้แก่ญาติและจากนั้นนำใบรับรองไปแจ้งต่อสถานีตำรวจเพื่อนำไปแจ้งความ เพื่อขอใบมรณบัตรที่อำเภอจากนั้นนำใบมรณะบัตรมาขอรับศพที่โรงพยาบาล  ทั้งนี้ทางหน่วยงานจะจัดทำแผนผังลำดับขั้นตอนในการขอเอกสารเพื่อขอรับศพติดประกาศให้ญาติได้รับทราบ พร้อมกันนี้ได้เตรียมแพทย์ดูแลญาติที่มาติดต่อในกรณีอาจได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจด้วย

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.