Header Ads

ผู้ว่าโบ้ยไม่ให้สัมภาณ์ปี๊ดแตกสร้างช้างคู่บามี

ผู้ว่าโบ้ยไม่ให้สัมภาณ์ปี๊ดแตกสร้างช้างคู่บามี

          ความคืบหน้ากรณีเทศบาลนครเชียงรายพร้อมด้วยประชาชนหลายภาคส่วนเสนอ
โครงการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมล้านนา ขึ้นที่บริเวณเกาะกลางแม่น้ำกก
เขตเทศบาลนครเชียงราย ภายใต้งบประมาณ 32,000,000 บาท โดยหนึ่งในนั้นจะมีการ
ก่อช้างคู่บารมีพญามังราย ขนาด 7.61 เมตร พร้อมฐานสูง 30 เซ็นติเมตร จะหล่อด้วย
บรอนซ์ทั้งองค์ซึ่งได้รับการออกแบบในลักษณะช้างมงคล 9 ประการ โดยการออกแบบของ
ศิลปินชาวเชียงรายก่อนที่จะมีการอนุมัติงบสร้างมาต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบจาก ต่อนาย
ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดฃเชียงราย แต่ได้รับการปฎิเสธที่จะเซ็นอนุมัติ
เนื่องจากความเหมาะสมเรื่องสถานที่โดยอ้างถึงที่มาว่าเป็นพื้นที่งอกไม่ใช่เกิดจาก
ธรรมชาติ ทำให้ต้องมีการขอเปลี่ยนสถานที่ก่อสร้างมาใช้พื้นที่บริเวณศาลากลางหลังเก่า
กลางใจกลางเมืองเชียงรายแทน และให้จัดมีการทำประชาพิจารณ์ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่
เห็นชอบ แต่ก็ถูกปฎิเสธที่จะเซ็นอนุมัติจากนายณรงค์ศักดิ์ พร้อมกับมีการระบุว่าเป็น
โครงการที่ส่อทุจริตรวมถึงโครงการอื่นๆอีกหลายโครงการ และท้าให้มีการย้ายออกนอก
พื้นที่จนกลายเป็นประเด็นใหญ่โต

ล่าสุดทางนายณรงค์ศักดิ์ ได้ออกมาเปิดเผยว่ากรณีการไม่เซ็นอนุมัติโครงการสร้างช้างคู่
บารมีพญามังรายและอีกหลายโครงการที่ส่อทุจริตไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างปลาบึกที่ อ
.เชียงของ ก่อสร้างเส้นทางจักรยานภายในตัวเมือง โครงการที่หนองหลวง อ.เวียงชัย
โครงการก่อสร้างโรงคัดแยกขยะแล้วใช้การไม่ได้ นั้นเป็นความจริงแต่ไม่ได้เป็นการให้
สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่เป็นการชี้แจงต่อกลุ่มที่มาสนับสนุนการก่อสร้างช้างให้เข้าใจ ซึ่ง
ยอมรับว่าได้พูดแบบนั้นจริง แต่ไม่อยากพูดถึงรายละเอียดว่ามีการทุจรติอย่างไรบ้างเพราะ
อยู่ระหว่างที่ทาง  สตง.เข้ามาตรวจสอบและมีการสอบสวนข้อเท็จจริงอยู่ หากตนพูดไป
หากรายละเอียดไม่ตรงทาง สตง.ก็จะเสียปรียบในข้อต่อสู้ รายละเอียดจะมีฝ่ายตรวจสอบ
เรื่องนี้อยู่แล้ว ดังตัวอย่างเกาะกลางแม่น้ำกกซึ่งจะมองจากสภาพแล้วมันไม่ถูกต้องและไม่
เป็นธรรมชาติซึ่งมีหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบและรายงานให้ทราบแล้วแต่ไม่อยากพูด
ถึงรายละเอียด ซึ่งตนไม่เคยให้สัมภาษณ์เรื่องเหล่านี้กับใครเพียงแต่พูดคุยกับกลุ่มชาวบ้าน
ที่เข้ามาพบตนเท่านั้น เนื่องจากชาวบ้านที่มาใพบตนในวันนั้นหาว่า""ตนไม่พัฒนาเกรงจะ
ทำให้งบประมาณตกไป" ซึ่งตนยืนยันว่ามีการพัฒนาทุกโครงการแต่ที่ดินที่ใช้ก่อสร้างกำลัง
ถุกตรวจสอบหากอนุมัติตนก็จะเจอคุก จึงเสนอให้เปลี่ยนงบประมาณไปทำโครงการอื่นอีก
31 โครงการที่จะกระจายไปตามอำเภอต่างๆแทน แต่ไม่ยอม ยืนยันจะสร้างที่เดิมแม้ตอน
หลังจะขอย้ายสถานที่ก่อสร้างก็ไม่ทันแล้ว ซึ่งหลายโครงการชอบอ้างศิลปินแห่งชาติ แต่เมื่อ
ก่อสร้างจริงจะการจ้างบริษัทที่ไหนไม่รู้มาทำจะมีราคาสูงกว่าการก่อสร้างงานปกติของ
ราชการ ประมาณ 3-4 เท่าตัว
       ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบถึงประเด็นร้อนการสร้างช้างคู่บารมีพ่อขุนมังรายพบว่า
พื้นที่เกาะกรณีนั้นเป็นที่ราชพัสดุ เลขทะเบียนที่ ชร.1202 เนื้อที่ 16 ไร่ 2 งาน 38 ตาราง
วาโดยกรมที่ดิน ได้ออกโฉนดให้กรมธนารักษ์ ในปี พ.ศ2532 ต่อมา กรมธนารักษ์ได้มอบ
พื้นที่ดังกล่าวให้กับเทศบาลนครเชียงรายเป็นผู้ใช้พื้นที่อย่างถูกต้อง เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม
2548 ในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมล้านนาก่อสร้างหอศิลป์ร่วมสมัย
เชียงราย ลานเอนกประสงค์ ลานกีฬา ศาลาท่าน้ำและสวนสาธารณะ จึงเป็นที่มาในการขอ
งบประมาณในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวผ่านยุทธศาสตร์ก่อนเสนอไปยังกลุ่มยุทธศาสตร์
จังหวัด 4 จังหวัดภาคเหนือ ไปยังสำนักงบประมาณและผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี แต่
เมื่องบประมาณดังกล่าวมาถึงขั้นตอนในการก่อสร้างกลับพบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย
เกรงว่าจะเกิดปัญหาที่มาของเกาะดังกล่าว
       รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่ายังมีโครงการที่จะเกิดความเสียหายในการพัฒนาแหลงท่อง
เที่ยว ที่จะสร้างรายได้ให้กับประชาชนตามนโยบายของรัฐบาลอีกภายในเขตเทศบาลนคร
เชียงรายที่จังหวัดสามารถดำเนินการจัดจ้างแบบG2G(รัฐต่อรัฐ)กับการไฟฟ้าส่วน
ภูมิภาคได้ แต่กับแต่งตั้งคณะกรรมการที่มีภูมิความรู้ด้านอื่นมาดำเนินการในการ
พิจารณาทำให้เกิดความล่าช้าและคาดว่าโครงการก่อสร้างปรับปรุงระบบไฟฟ้าเป็นเคเบิ้ล
ใต้ดิน บริเวณ หอนาฬิกานครเชียงราย(อ.เฉลิมชัย)ผ่านเชียงรายไนท์พลาซ่าและไปสิ้นสุดที่
หน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 ที่ใช้งบประมาณในการดำเนินการประมาณ 107 ล้าน
บาท ซึ่งคาดว่าจะถูกตีงบตกไป ทำให้แผนการพัฒนาการท่องเที่ยวที่จะสร้างรายได้ให้กับ
คนเชียงรายและสนับสนุนให้จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศนั้น
เอง.....





            จักรภัทร  ข่าว/ภาพ

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.