นายกเขาไม้แก้ว ฟิวส์ขาดอัดเมืองพัทยาสร้างปัญหา ทำชาวบ้านบอบช้ำจากปัญหาขยะ

นายกเขาไม้แก้ว ฟิวส์ขาดอัดเมืองพัทยาสร้างปัญหา ทำชาวบ้านบอบช้ำจากปัญหาขยะ

นายก อบต.เขาไม้แก้ว ฟิวส์ขาดอัดเมืองพัทยาสร้างปัญหา เข้าข่าย “เหยียบย่ำ” ไม่ให้เกียรติกัน ทำชาวบ้านในพื้นที่บอบช้ำมานานจากปัญหาขยะ ยันให้เร่งขนถ่ายขยะติดเชื้อ 120 ตันออกจากพื้นที่ใน 20 วัน และจะไม่อนุญาตให้ทำจุดพักขยะอีกจนกว่าจะทำประชาพิจารณ์ หากยังดื้อดึงก็พร้อมแจ้งความดำเนินคดี
จากกรณีที่มีชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ร้องเรียนว่าปัจจุบันมีปัญหาขยะติดเชื้อตกค้างจากโรงพยาบาลและสถานพยาบาลในพื้นที่เมืองพัทยาและใกล้เคียง ที่เมืองพัทยาได้ขนมาพักไว้ในโรงกำจัดขยะในพื้นที่ ม.4 ต.เขาไม้แก้ว นานกว่า 1 เดือนเพื่อรอนำไปกำจัด จนมีปริมาณขยะติดเชื้อสะสมกว่า 120 ตัน ซึ่งกรณีดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนรำคาญและส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมาก เนื่องจากขยะเหล่านี้ซึ่งเป็นขยะติดเชื้อไม่มีระบบบริหารจัดการที่ดีทำให้เกิดมลพิษทางกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง อีกทั้งยังมีน้ำเน่าเสียไหลออกจากกองขยะลงสู่แหล่งน้ำทำให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ซึ่งเบื้องต้นทาง อบต.เขาไม้แก้ว ได้ประสานทางอำเภอบางละมุง และเมืองพัทยา เพื่อขอให้หยุดการนำขยะเข้ามาพักในพื้นที่และเร่งขนถ่ายขยะทั้งหมดออกไป โดยมีแผนจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับสมปทานหากนำขยะมาทิ้งโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น
ล่าสุดวันนี้ (24 ม.ค.) ที่องค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายจำเนียร กีทีปกูล นายก อบต.เขาไม้แก้ว เรียกประชุมด่วนถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยมี นายสุธีร์ ทับหนองฮี ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา ว่าที่พันตรี ชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง ตัวแทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ภาคเอกชนผู้รับเหมาการจัดเก็บ และกำจัดขยะติดเชื้อเมืองพัทยา รวมทั้งผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเขาไม้แก้วเข้าร่วม

นายจำเนียร กีทีปกูล นายก อบต.เขาไม้แก้ว ระบุว่าที่ผ่านมาชาวบ้านได้ปิดกั้นพื้นที่เพื่อไม่ให้เมืองพัทยาขนถ่ายขยะมาฝังกลบในที่ดิน 140 ไร่ ต.เขาไม้แก้วมานานแล้ว เนื่องจากมีปัญหาขยะล้นนับแสนตันและสร้างปัญหามลพิษรุนแรง แต่ก็ยังมีข้อตกลงให้นำขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลและสถานพยาบาลในพื้นที่เมืองพัทยาและใกล้เคียง ขนมาพักที่เตาเผาขยะติดเชื้อเดิมซึ่งมีความเสื่อมโทรมและไม่สามารถใช้การได้แล้วในวันละ 900 ก.ก.ถึง 1 ตัน เพื่อรอขนไปกำจัดอีกครั้งที่จังหวัดนนทบุรีตามขั้นตอน แต่ปรากฏว่าช่วง 1 เดือนหลังมานี้กลับมีแต่การขนขยะติดเชื้อมากองพักไว้โดยไม่ขนไปกำจัด ทำให้เกิดปัญหาขยะติดเชื้อตกค้างกว่า 120 ตัน ซึ่งสร้างปัญหาความเดือดร้อน มลพิษที่รุนแรง และความหวาดวิตกให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก จึงขอให้เมืองพัทยาเร่งแก้ไขด่วน ไม่ใช่ส่งคนรับผิดชอบที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจมาพูดคุยกับชาวบ้าน ซึ่งดีแต่รับปากว่าจะไปหารือผู้บริหาร แต่สุดท้ายปัญหาก็ยังเกิดขึ้นซ้ำซากอีกจนชาวบ้านทนแบกรับความเดือดร้อนไม่ไหวแล้ว ซึ่งการทำแบบนี้เรียกว่า “การเหยียบย่ำกัน” และถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติคนเขาไม้แก้วแต่อย่างใด แล้วยังมีหน้าจะเชิญไปดูงานโรงงานเตาเผาขยะที่ กทม.ซึ่งมองว่าสมควรจะให้ความร่วมมือหรือไม่

ขณะที่ปัจจุบันจากการสำรวจและร้องเรียนของชาวบ้านพบว่ามีผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยที่ระบุว่าเกิดจากมลพิษของขยะจำนวนกว่า 11 ราย ที่ป่วยเป็น โรคทางผิวหนัง ทางเดินหายใจ และมะเร็ง ซึ่งแม้จะไม่สามารถระบุสาเหตุหลักได้ แต่เมืองพัทยาก็ต้องเข้ามาเยียวยาหรือดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการตรวจสอบคุณภาพแหล่งน้ำด้วยว่ามีการปนเปื้อนของมลพิษจากขยะติดเชื้อหรือไม่ เพราะเขตตำบลเขาไม้แก้วมีโครงการประปาหมู่บ้านที่แจกจ่ายไปกว่า 100 ครัวเรือน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากกรณีดังกล่าว
นายจำเนียร กล่าวอีกว่าสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นเมืองพัทยาต้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วนจำนวน 5 ข้อ ได้แก่ 1.เร่งฉีดพ่นสารเคมีที่กองขยะติดเชื้อเพื่อฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่น 2.ทำการเก็บขนให้แล้วเสร็จทั้ง 120 ตันในระยะ เวลา 20 วันหรือประมาณวันละ 6-7 ตัน 3.ทุกขั้นตอนต้องดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.สาธารณสุข และต้องได้รับอนุญาตจากท้องถิ่นเท่านั้น 4.ทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำบริเวณจุดพักขยะและแหล่งน้ำใกล้เคียง และ 5.ต้องทำการตรวจรักษา และเยียวยาผู้ป่วยจากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะที่การขนถ่ายขยะติดเชื้อของ ใหม่ประมาณวันละ 1 ตันเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อพักก่อนนำไปกำจัดนั้น จากนี้ทางท้องถิ่นจะไม่มีการอนุญาต ซึ่งหากจะดำเนินการต้องผ่านการประชาพิจารณ์จากประชาชนก่อน ซึ่งหากยังดื้อดึงก็จะแจ้งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่ตัวแทนชาวบ้าน ระบุว่าที่ผ่านมาเมืองพัทยาสร้างความบอบช้ำให้กับชาวบ้านเขาไม้แก้วเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่เคยมาดูแลหรือเยียวยาอะไรจนปัญหาลุกลามใหญ่โดย โดยจะเห็นได้จากที่ผ่านมามีคนป่วย และเสียชีวิตจากโรคปอด และโรคมะเร็งเป็นจำนวนมาก ขณะที่แนวโน้มผู้ป่วยก็มีจำนวนสูงขึ้นต่อเนื่อง จนทุกคนอยากจะย้ายออกจากพื้นที่แต่ติดที่ปัญหาความยากจนจึงต้องทนกันต่อไป  ขณะที่ปัญหาติดเชื้อก็ไม่แก้ไขปล่อยให้มีการตกค้าง กระทั่งชาวบ้านไปพบเห็นและได้รับผลกระทบเองจนเกิดการร้องเรียนขึ้น 
ด้าน นายสุธีร์ ทับหนองฮี ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา กล่าวชี้แจงว่าปัญหาขยะตกค้างที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบมาจากเรื่องของการจัดซื้อ-จัดจ้างตามโครงสร้างใหม่ หลังภาคเอกชนผู้เก็บขนและกำจัดหมด สัญญาลงไป จึงทำให้การว่าจ้างภาคเอกชนรายใหม่ล่าช้าส่งผลให้เกิดปัญหาขยะติดเชื้อตกค้าง ซึ่งปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นกับ อปท.เกือบทุกแห่ง แต่เมืองพัทยาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามหาแนวทางแก้ไขเต็มที่ กระทั่งมาการเซ็นต์ว่าจ้าง บริษัท “ไทย เอนวายรอนเมนต์” มาเก็บขน และจ้าง “ บ.มิสไนติงเกล เฮลแคร์” ในสัญญา 1 ปี เพื่อกำจัด โดยกำหนดขอบเขตงานให้ขนไปกำจัดที่เตาเผาในพื้นที่ของ จ.นครสวรรค์ แทนที่เดิมที่ จ.นนทบุรี แทน เนื่องจากได้รับแจ้งว่าปริมาณขยะติดเชื้อที่นนทบุรีนั้นเกินความสามารถในการกำจัดไปแล้ว
โดยจากการหารือกับทางภาคเอกชนก็จะได้เร่งรัดให้เข้ามาดำเนินภายในวันนี้ หลังจากที่ทางท้องถิ่นได้ลงนามอนุมัติให้ จากนั้นก็จะได้ดำเนินการในส่วนที่เรียกร้เองได้แก่ การตรวจรักษา และการตรวจคุณภาพน้ำ ขณะที่การเยียวยาผู้ป่วย และการขอยกเลิกการนำขยะติดเชื้อมาพักนั้นคงจะมีการหารือกับผู้บริหารเมืองพัทยาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายของการประชุมได้มีผลสรุปที่จะให้เมืองพัทยาเชิญตัวแทนผู้มีอำนาจตัดสินใจในการเข้าพบปะเจรจากับเทศบาลและชาวบ้านอีกครั้งอย่างเร่งด่วน เพื่อรับฟังปัญหารวมทั้งลงนามความร่วม มืออย่างจริงจังเพื่อลดปัญหาในอนาคต....


ภาพข่าสมชาย โคตล่ามแขก

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.